การจัดการความรู้กรมยุทธการทหารอากาศ

Directorate of Operations Knowledge Management

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

แนวทางของกระทรวงกลาโหมในการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ภายหลังจากที่ได้มีการจัดทำกฎบัตรอาเซียนหรือธรรมนูญอาเซียนในปี ๒๕๕๑ เพื่อวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กร ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ในทั้ง ๓ เสาหลัก คือ เสาการเมืองและความมั่นคง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคมและวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายหลักในการรวมตัวที่สำคัญ คือ การสร้างประชาคมที่มีความแข็งแกร่ง สามารถสร้างโอกาสและรับมือกับสิ่งท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดมุ่งหมายให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีความสุข ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงประชาชนในอาเซียนมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งหากกระทรวงกลาโหมสามารถสนับสนุนให้การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ประสบความสำเร็จ เป็นประชาคมที่มีกฎเกณฑ์และบรรทัดฐาน และการดำเนินการร่วมกัน รวมทั้งเป็นภูมิภาคที่มีความเป็นเอกภาพ สงบสุข และมีความเข้มแข็ง พร้อมทั้งมีความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่ครอบคลุมทุกมิติแล้ว ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรงก็คือประชาชนชาวไทย และประเทศไทยนั่นเอง และหากมองในเสาหลักเศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรมแล้ว ประเทศไทยถือว่าได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์มากที่สุด ดังนั้นจึงยิ่งส่งผลดีให้กับประเทศไทยมีการพัฒนายิ่งขึ้นตามไปอีกด้วย

วัตถุประสงค์

ในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน จึงมีความจำเป็นที่กระทรวงกลาโหม ต้องเร่งจัดทำแนวทางปฏิบัติของกระทรวงกลาโหมในการรองรับการจัดตั้งเป็นประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งได้กำหนดวัตถุประสงค์ โดยพิจารณาจากประเด็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมในด้านการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไว้ดังนี้

๑. เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น และลดความหวาดระแวงระหว่างประเทศในภูมิภาค

๒. เพื่อสร้างความโปร่งใสในด้านการป้องกันประเทศ อันจะนำไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศ

๓. เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในกลุ่มอาเซียน มิตประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อจัดระเบียบสภาวะแวดล้อม สร้างสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ความมั่งคั่ง ความก้าวหน้า และความสงบสุขร่วมกัน และเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ในการนำไปสู่การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘

๔. เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติ และลดโอกาสของการใช้กำลังในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อาทิ ปัญหาความขัดแย้งเรื่องพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเล และความขัดแย้งในการ อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

๕. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในภารกิจระหว่างประเทศ และการขยายบทบาทในเวทีระดับนานาชาติของกองทัพ อันจะเป็นการเสริมสร้างเกียรติภูมิของชาติ อาทิ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพของสหประชาชาติ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ และการรักษาความมั่นคงทางทะเล เป็นต้น

ป้าหมายในการดำเนินการ

กระทรวงกลาโหมสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการวางแผนในการเตรียมการ ด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ งบประมาณ และการบริหารจัดการต่าง ๆ ได้อย่างสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และรองรับในการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘

แนวทางปฏิบัติของกระทรวงกลาโหมในการรองรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ มีการดำเนินการที่สำคัญ ๓ ด้าน ดังนี้

๑. การพัฒนาด้านกำลังพล

พัฒนาการฝึกและศึกษา การใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาของชาติในอาเซียนของกำลังพลในกองทัพให้สามารถบูรณาการองค์ความรู้ได้อย่างประสานสอดคล้องเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เช่น การพัฒนารูปแบบในการฝึกร่วมผสม หรือการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการเหล่าทัพเพื่อให้รองรับนายทหารนักเรียนต่างชาติในอาเซียนได้มากขึ้น เป็นต้น

๒. การพัฒนาด้านการจัดทำงบประมาณ

ปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ของกระทรวงกลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม (ปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๘) และแผนปฏิบัติราชการประจำปีให้สามารถตอบสนองและสามารถรองรับต่อภารกิจในความรับผิดชอบ และสนับสนุนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ได้อย่างเป็นรูปธรรมการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ

๓. การพัฒนาด้านการบริหารจัดการ

๓.๑ บูรณาการในกิจกรรมต่าง ๆ ของอาเซียนที่ได้มีการจัดทำไว้อยู่แล้ว เช่น การประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพอาเซียน การแข่งขันยิงปืนอาเซียน การประชุมเจ้ากรมข่าวทหารอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ การประชุมเจ้ากรมยุทธการทหารอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เป็นต้น โดยให้รายงานผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย และนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อกรุณาทราบ

๓.๒ ดำเนินการตามเอกสารแนวความคิดในกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM) และกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting - Plus : ADMM – Plus) ทั้ง ๙ ฉบับ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการจัดทำแผนงานงบประมาณเพื่อรองรับทั้ง ๙ ด้าน กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ของกระทรวงกลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม (ปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๘) และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกระทรวงกลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม (ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ และ ปี ๒๕๕๘)

๓.๓ จัดตั้งกลไกในการดำเนินการขับเคลื่อนความร่วมมือในกรอบอาเซียน และพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกลไกหรือกฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้มีความเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงอาจจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวกับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สถาบันด้านการศึกษาและวิจัยงานด้านอาเซียนเพิ่มเติม หรือมีการปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ล้าสมัยเพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน เป็นต้น

๓.๔ ปรับปรุงแผนป้องกันประเทศ และภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนให้สอดคล้องกับการเป็นประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ด้วยการเตรียมความพร้อมของหน่วย ยุทโธปกรณ์ บุคลากร ให้มีความเป็นสากลและสามารถรองรับการแก้ไขปัญหาร่วมกันของอาเซียนในภาพรวมได้

๓.๕ สนับสนุนการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนด้วยการใช้ศักยภาพและขีดความสามารถที่มีอยู่ของกระทรวงกลาโหม โดย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ที่มา : โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

 

เฉพาะสมาชิก

จำนวนผู้ออนไลน์

We have 12 guests online

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2
mod_vvisit_counterเมื่อวาน1
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา19
mod_vvisit_counterเดือนนี้78
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา48
mod_vvisit_counterทั้งหมด2039